- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
การออมสำคัญที่สุดในความสำเร็จทางการเงิน
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
หลักนักการเมืองไม่รู้ว่า งบ ใช้ได้แค่ 5 แสนล้าน
อีก 3 ล้านล้าน เป็นค่าใช้จ่ายประจำที่ราชการใช้
ข้อนี้ล่ะไม่รู้กัน
จริงแล้ว สัดส่วน ราชการใช้ ต้องเป็น 20:80
คืองบประจำ 20 %
งบประชาชน 80 %
ดังนั้น เวลานี้ ราชการใช้ 3 ล้านล้าน งบทุน 5 แสนล้าน สัดส่วนคือ 86% ลงทุน 14%
นักการเมืองไม่มีใครเคยพูด
เพิ่งจะได้ยินคุณ ศภจีพูด ว่างบมันไม่พอใช้ ต้องหารายได้ และไม่ใช้รีดภาษี แต่ต้อง หารายได้เพิ่ม
คุณศุภจีไม่ได้พูด ว่าต้องหาเท่าไหร่ คงกลัวจะตกใจกัน
ผมจะบอกตัวเลขให้ เมื่อราชการใช้ 86% ควรจะเป็น 20% ดังนั้น 100 % งบใหม่ จะเป็น 3ล้านล้าน/0.2 คือ 15 ล้านล้าน
นี่คือตัวเลขภาษีที่ต้องจัดเก็บได้ ไม่ใช่แค่ 3 ล้านล้านกู้อีก 5 แสน แต่ต้องหาได้ ปีล่ะ 15 ล้านล้าน
ราชการใช้ 20% คือ 3 ล้านล้าน อีก 80% จะเป็นของ ประชาชนใช้คือ 12 ล้านล้าน
แล้วทำไมพูดว่าไม่ใช่แค่รีดภาษี เพราะ ฐาน ภาษีเก็บได้ 3 ล้านล้าน
คือจากวันนี้ประเทศมี รายได้คือ จีดีพี 18 ล้านล้าน เท่ากับแลกเป็นภาษีได้คิดเป็น % คือ 16%
ดังนั้นหากต้องการภาษี ปีล่ะ 15 ล้านล้าน จีดีพีจะต้องเป็น 15 ล้านล้าน/ .16 คือ จีพีดี 93 ล้านล้านบาท
เห็นหรือยัง จะต้องเป็บภาษี 15 ล้านล้าน จีดีพีต้องโตไป 93 ล้านล้านบาทแบบ ดึงการลงทุนเข้ามา
แต่หากการหารายได้จีดีพี ด้วยการปรับ ค่าแรง ก็จะเป็นอีกค่านึง หรือ เป็นทุนไทยพัฒนาความสามารถผลิตขายได้แบบจีน
อัตราการแลกภาษีจะสูงขึ้น ดังนั้น ตัวเลข จีดีพีจะต่ำลง คือ รายได้ที่เกิดตกเป็นประโยชน์ไทยส่วนใหญ่ เช่น อัตราแลกภาษีเป็น 30% จะได้ยอด จีดีพี แบบทุนไทยมีขีดความสามารถผลิตขายให้ชาวโลก
จะเป็นยอดจีดีพี ที่ 15ล้านล้าน/0.3 คือ 50 ล้านล้านบาท
เห็นข้อแตกต่างระหว่างการเป็นฐานผลิตลงทุนจากต่างประเทศหากยังเป็นค่าแรงแบบเดิม จีดีพีที่จะทำภาษีได้ 15 ล้านล้าน ต้องเป็น 93 ล้านล้าน
หากเป็นทุนไทยผลิตเองมีกำไรแลกภาษีได้มากกว่ากินเฉพาะค่าแรง จีดีพีคือ 50 ล้านล้าน
แต่หากไม่มีทุนไทย การลงทุนจากต่างชาติแบบเดิม แต่ต้อง ควบคุมค่าแรงในเขตส่งเสริมและค่าแรงรวมประเทศ ขึ้นอีก 1 เท่าตัว ตัวเลข จีดีพี ก็จะต่ำลง อยู่ระหว่าง 50-93 ล้านล้านบาท
จะคิดเป็น จำนวนเงินงบประมาณต่อหัวต่อวันคือ 12ล้านล้าน/70ล้านคน/365วัน คือ 470 บาท
ส่วนราชการมีงบต่อหัว คือ 3 ล้านล้าน/4.5 ล้านคน/365 คือ 1,826 บาท
เปรียบเทียบกับ ทุกวันนี้ งบตัวหัวต่อวันประชาชนคือ 5 แสนล้าน/ 70ล้านคน /365 วัน คือ 19 บาท
เห็นความแตกต่างหรือยัง ว่า งบลงทุน คือแบ่งได้ 19 บาทต่อหัวต่อวัน จะทำอะไรได้บ้าง สำหรับงบ 5 แสนล้าน
กับงบใหม่ เป็น 470 บาท ต้องหางบเพิ่ม เป็น 12 ล้านล้าน
ส่วน ราชการ ก็รับไป 1,826 บาท ต่อคนต่อวันนั้นคือสวัสดิการชั่น1
หากต้องการให้ ประชาชน ได้สวัสดิการเท่าราชการ จะต้องมีงบเท่าไหร่ ก็เอา 1,826 x 70 ล้านคน x 365 คือ อีก 47 ล้านล้านบาท
หากยังดึงการลงทุนเข้ามาต้องผลิตจีดีพีได้ถึง 259 ล้านล้านบาท หรือต้องมีจีดีพี จังหวัดทุกจังหวัด จังหวัดล่ะ 3.7 ล้านล้านบาท
ซึ่งวันนี้ ต้องรวมจังหวัดอุตสาหกรรม 3-4 จังหวัดถึงจะได้ 3.7 ล้านล้าน
ดังนั้นเป็นเรื่องยาก หากจะดึงการลงทุนเข้ามาแล้วไม่มีแผนว่าจะผลิตเองแบบจีน ก็ยากที่จะถึงเป้าหมาย ภาษีปีล่ะ 47 ล้านล้าน
จีดีพี 155 ล้านล้านทำเอง หรือ 259 ล้านล้าน ดึง่ต่างชาติเข้ามา
ดังนั้น เวลานี้ ราชการใช้ 3 ล้านล้าน งบทุน 5 แสนล้าน สัดส่วนคือ 86% ลงทุน 14%
นักการเมืองไม่มีใครเคยพูด
เพิ่งจะได้ยินคุณ ศภจีพูด ว่างบมันไม่พอใช้ ต้องหารายได้ และไม่ใช้รีดภาษี แต่ต้อง หารายได้เพิ่ม
คุณศุภจีไม่ได้พูด ว่าต้องหาเท่าไหร่ คงกลัวจะตกใจกัน
ผมจะบอกตัวเลขให้ เมื่อราชการใช้ 86% ควรจะเป็น 20% ดังนั้น 100 % งบใหม่ จะเป็น 3ล้านล้าน/0.2 คือ 15 ล้านล้าน
นี่คือตัวเลขภาษีที่ต้องจัดเก็บได้ ไม่ใช่แค่ 3 ล้านล้านกู้อีก 5 แสน แต่ต้องหาได้ ปีล่ะ 15 ล้านล้าน
ราชการใช้ 20% คือ 3 ล้านล้าน อีก 80% จะเป็นของ ประชาชนใช้คือ 12 ล้านล้าน
แล้วทำไมพูดว่าไม่ใช่แค่รีดภาษี เพราะ ฐาน ภาษีเก็บได้ 3 ล้านล้าน
คือจากวันนี้ประเทศมี รายได้คือ จีดีพี 18 ล้านล้าน เท่ากับแลกเป็นภาษีได้คิดเป็น % คือ 16%
ดังนั้นหากต้องการภาษี ปีล่ะ 15 ล้านล้าน จีดีพีจะต้องเป็น 15 ล้านล้าน/ .16 คือ จีพีดี 93 ล้านล้านบาท
เห็นหรือยัง จะต้องเป็บภาษี 15 ล้านล้าน จีดีพีต้องโตไป 93 ล้านล้านบาทแบบ ดึงการลงทุนเข้ามา
แต่หากการหารายได้จีดีพี ด้วยการปรับ ค่าแรง ก็จะเป็นอีกค่านึง หรือ เป็นทุนไทยพัฒนาความสามารถผลิตขายได้แบบจีน
อัตราการแลกภาษีจะสูงขึ้น ดังนั้น ตัวเลข จีดีพีจะต่ำลง คือ รายได้ที่เกิดตกเป็นประโยชน์ไทยส่วนใหญ่ เช่น อัตราแลกภาษีเป็น 30% จะได้ยอด จีดีพี แบบทุนไทยมีขีดความสามารถผลิตขายให้ชาวโลก
จะเป็นยอดจีดีพี ที่ 15ล้านล้าน/0.3 คือ 50 ล้านล้านบาท
เห็นข้อแตกต่างระหว่างการเป็นฐานผลิตลงทุนจากต่างประเทศหากยังเป็นค่าแรงแบบเดิม จีดีพีที่จะทำภาษีได้ 15 ล้านล้าน ต้องเป็น 93 ล้านล้าน
หากเป็นทุนไทยผลิตเองมีกำไรแลกภาษีได้มากกว่ากินเฉพาะค่าแรง จีดีพีคือ 50 ล้านล้าน
แต่หากไม่มีทุนไทย การลงทุนจากต่างชาติแบบเดิม แต่ต้อง ควบคุมค่าแรงในเขตส่งเสริมและค่าแรงรวมประเทศ ขึ้นอีก 1 เท่าตัว ตัวเลข จีดีพี ก็จะต่ำลง อยู่ระหว่าง 50-93 ล้านล้านบาท
หากการเมืองพูดถึงเรื่องนี้ คือเป้าหมายงบประมาณที่พอใช้ ในสัดส่วน 20:80
หากวันนี้ทำได้ งบประชาชน 12 ล้านล้าน เป็นการลงทุน
จะคิดเป็น จำนวนเงินงบประมาณต่อหัวต่อวันคือ 12ล้านล้าน/70ล้านคน/365วัน คือ 470 บาท ส่วนราชการมีงบต่อหัว คือ 3 ล้านล้าน/4.5 ล้านคน/365 คือ 1,826 บาท
เปรียบเทียบกับ ทุกวันนี้ งบตัวหัวต่อวันประชาชนคือ 5 แสนล้าน/ 70ล้านคน /365 วัน คือ 19 บาท
เห็นความแตกต่างหรือยัง ว่า งบลงทุน คือแบ่งได้ 19 บาทต่อหัวต่อวัน จะทำอะไรได้บ้าง สำหรับงบ 5 แสนล้าน
กับงบใหม่ เป็น 470 บาท ต้องหางบเพิ่ม เป็น 12 ล้านล้าน
ส่วน ราชการ ก็รับไป 1,826 บาท ต่อคนต่อวันนั้นคือสวัสดิการชั่น1
หากต้องการให้ ประชาชน ได้สวัสดิการเท่าราชการ จะต้องมีงบเท่าไหร่ ก็เอา 1,826 x 70 ล้านคน x 365 คือ อีก 47 ล้านล้านบาท
ฟังกันให้ ง่ายๆ หากต้องการให้ ประชาชนทุกคนมี สวัสดิการเทียบเท่าราชการ จะต้องหาภาษี ปีล่ะ 47 ล้านล้านบาท
แน่นอนจะต้องเป็นพลังสร้างสรรคของคนไทย จะแลกภาษีได้ที่ 35% จีดีพีที่ต้องให้เจ้าสัวทำคือปีล่ะ 155 ล้านล้าน บาทหากยังดึงการลงทุนเข้ามาต้องผลิตจีดีพีได้ถึง 259 ล้านล้านบาท หรือต้องมีจีดีพี จังหวัดทุกจังหวัด จังหวัดล่ะ 3.7 ล้านล้านบาท
ซึ่งวันนี้ ต้องรวมจังหวัดอุตสาหกรรม 3-4 จังหวัดถึงจะได้ 3.7 ล้านล้าน
ดังนั้นเป็นเรื่องยาก หากจะดึงการลงทุนเข้ามาแล้วไม่มีแผนว่าจะผลิตเองแบบจีน ก็ยากที่จะถึงเป้าหมาย ภาษีปีล่ะ 47 ล้านล้าน
จีดีพี 155 ล้านล้านทำเอง หรือ 259 ล้านล้าน ดึง่ต่างชาติเข้ามา
แล้วคุณคิดว่า พรรคไหนมีคนรู้แล้ว ว่างบประมาณไม่พอต้องเร่งหารายได้เพิ่มอีกเยอะมาก !
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ความคิดเห็น